การอบรมสร้างเสริมสมรรถนะและพัฒนาทักษะความเท่าทันต่อเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเข้าถึง หรือรับรู้และใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารและการใช้บริการผ่านกิจการโทรคมนาคม (กลุ่มผู้สูงอายุ) ครั้งที่ 1 ณ กรุงเทพมหานคร
สำนักงาน กสทช. โดยสำนักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (รท.) จัดการอบรมสร้างเสริมสมรรถนะและพัฒนาทักษะความเท่าทันต่อเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเข้าถึงหรือรับรู้และใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารและการใช้บริการผ่านกิจการโทรคมนาคม (กลุ่มผู้สูงอายุ) ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 6 - 8 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นภายใต้งานจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาการสร้างเสริมสมรรถนะและพัฒนาทักษะความเท่าทันต่อเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการเข้าถึงหรือรับรู้และใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารและการใช้บริการผ่านกิจการโทรคมนาคม (กลุ่มผู้สูงอายุ) โดยมีนางวรรณภา สุขวง รองอธิบดี รักษาการแทน อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ และนายตรี บุญเจือ ผู้อำนวยการสำนักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (อรท.) ร่วมกล่าวต้อนรับและกล่าวเปิดการอบรมฯ พร้อมได้รับเกียรติจาก นางสาวอิสรารัศมิ์ เครือหงส์ กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. (กตป.) ด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เข้าร่วมสังเกตการณ์การอบรมฯ โดยมีผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย บุคลากรของศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ (ศูนย์ฯ) และ/หรือผู้สูงอายุที่เป็นแกนนำชุมชนตามที่บุคลากรของศุนย์ฯ เห็นสมควรจาก 12 แห่ง จำนวนแห่งละ 4 คน รวมจำนวน 48 คน
การอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ความรู้ และยกระดับสมรรถนะและพัฒนาทักษะความเท่าทันต่อเทคโนโลยีดิจิทัลในการเข้าถึงการใช้บริการโทรคมนาคม โดยเนื้อหาการอบรมครอบคลุมการทำความรู้จักสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม การรู้สิทธิเพื่อใช้บริการโทรคมนาคมอย่างมั่นใจ การรู้กฎหมายเพื่อใช้โลกดิจิทัลอย่างปลอดภัย และการรู้ทันภัยออนไลน์เพื่อป้องกันมิจฉาชีพ นอกจากนี้ ยังมีการให้ความรู้พื้นฐานเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตลอดจนการแนะนำช่องทางการร้องเรียนเมื่อเกิดปัญหา เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปขยายผล และถ่ายทอดผ่านการจัดกิจกรรมและการอบรมฯ โดยสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของบุคลากรของศูนย์ศูนย์ฯ และ/หรือผู้สูงอายุที่เป็นแกนนำชุมชนตามที่บุคลากรของศูนย์ฯ เห็นสมควร หรือประชาชนผู้สูงอายุ จำนวน 12 แห่ง ทั่วประเทศ รวม 12 ครั้ง ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง เพื่อสนับสนุนและดูแลกลุ่มผู้สูงอายุให้สามารถก้าวทันเทคโนโลยีและใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
